ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เลือกลงทุนหุ้นปลอดภัย ในกลุ่ม DJSI Thailand 2018 (Dow Jones Sustainability Indices)

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับนักลงทุนคือการไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนในหุ้นตัวไหนดี ไหนจะต้องดูพื้นฐานบริษัท สัดส่วนทางการเงิน อัตราการปันผล อีกทั้งยังต้องคำนวณหาราคาที่เหมาะสม กำหนดจุดซื้อจุดขาย หลายคนเลือกซื้อหุ้นตามเซียนหรือเลือกซื้อตามบทวิเคราะห์ แต่วันนี้ InvestorPosts ขอนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกคือการลงทุนหุ้นในกลุ่ม DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ให้เป็นทางเลือกในการลงทุนของเพื่อนๆนักลงทุนกันครับ

Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นดัชนีที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนืจัดทำขึ้นด้วยความร่วมมือของ Dow Jones Indices และ RobecoSAM โดยมีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ทั่วโลกกว่า 3,400 บริษัทใน 60 กลุ่มอุตสาหกรรมเข้าร่วมการประเมินผลการดำเนินงาน DJSIจึงเป็นดัชนีที่เป็นที่ยอมรับและบางกองทุนใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการพิจารณาการลงทุน นักลงทุนจึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าบริษัทที่ได้รับการรับรอง DJSI จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนได้

สำหรับปีนี้ ROBECOSAM ผู้จัดทำดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ได้เปิดเผยบริษัทที่ได้รับการประกาศเข้าดัชนี DJSI ประจำปี 2561 หรือ DJSI 2018 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 โดยบริษัทของคนไทยได้รับการประกาศให้เป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Leader) ถึง 6 อุตสาหกรรม ได้แก่

  • BANPU (บมจ.บ้านปู) Coal & Consumable Fuels Industry Leader 
  • IRPC (บมจ. ไออาร์พีซี) Oil&Gas Refining & Marketing Industry Leader 
  • PTT (บมจ. ปตท.) Oil & Gas Upstream & Intergrated Industry Leader 
  • TRUE (บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น) Telecommunication Service Industry Leader 
  • TU (บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป) Food Product Industry Leader 
  • ไทยเบฟเวอเรจ Beverage Industry Leader  (น่าเสียดายที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

บริษัทของไทยที่ได้รับการประกาศให้อยู่ในดัชนี DJSI World มี 9 บริษัท ได้แก่

  • CPALL บมจ. ซีพี ออลล์ 
  • CPN บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา
  • KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 
  • PTT บมจ. ปตท.
  • PTTEP บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  • PTTGC บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล
  • SCB ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • SCC บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) 
  • ไทยเบฟเวอเรจ


นอกจากนี้ยังมีบริษัทของไทยที่ได้รับการประกาศให้จัดอยู่ใน DJSI Emerging Markets  จำนวน 20 บริษัท ได้แก่

  • AOT บมจ. ท่าอากาศยานไทย  
  • BANPU บมจ. บ้านปู
  • BTS บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ 
  • CPALL บมจ. ซีพี ออลล์ 
  • CPF บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร 
  • CPN บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา 
  • HMPRO บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ 
  • IRPC บมจ. ไออาร์พีซี 
  • IVL บมจ. อินโดรามา เวนเจอร์ส 
  • KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 
  • MINT บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 
  • PTT บมจ. ปตท. 
  • PTTEP บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม 
  • PTTGC บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล 
  • SCB ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 
  • SCC บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย 
  • TOP บมจ. ไทยออยล์ 
  • TRUE บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น 
  • TU บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป 
  • บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทำอย่างไรเมื่อลงทุนผิดเงื่อนไข LTF RMF

การลงทุนในกองทุน LTF และ RMF เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากกองทุนทั้งสอง นักลงทุนควรลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างวินัยในการลงทุนและสร้างโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น รวมทั้งลดความเสี่ยงที่จะเกิดการทำผิดเงื่อนไขในระหว่างการลงทุน แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องผิดเงื่อนไขการลงทุนไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือเผลอลืมไป InvestorPostsก็มีข้อมูลจะมาแนะนำเพื่อนๆให้ทราบว่าควรทำอย่างไรเมื่อลงทุนผิดเงื่อนไข LTF และ RMF

กรณีที่ 1 ซื้อเกินสิทธิ 
ผู้ลงทุนจะต้องนำกำไรส่วนต่าง (Capital gain) ที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุน LTF และ RMF (นับเฉพาะส่วนที่ลงทุนเกิน) ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผู้ลงทุนต้องคืนภาษีที่ได้รับการยกเว้นไป พร้อมจ่ายเงินคืนเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายนของปีที่ผู้ลงทุนขอยกเว้นภาษีจนถึงเดือนที่ผู้ลงทุนทราบว่าตนได้ทำผิดเงื่อนไขการลงทุน นอกจากนี้ ต้องนำ Capital gain ที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนเพื่อเสียภาษีเงินได้อีกด้วย
กรณีที่ 2 ขายคืน LTF ก่อนครบกำหนด 7 ปีปฏิทิน (ยกเว้นกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ จะถือว่าไม่ผ…

10 เคล็ด(ไม่)ลับที่จะทำให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

สวัสดีครับ สำหรับบทความนี้ เราก็จะมาว่ากันถึง 10 เคล็ด(ไม่)ลับที่จะทำให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จกันนะครับ การจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ เราต้องปรับนิสัยการลงทุนของเราดังนี้ 
1. ต้องมีแผนการเทรด นักลงทุนที่ดี ควรต้องมีการวางแผนก่อนการลงทุนทุกครั้ง การลงสนามแบบไม่มีการวางแผนเตรียมความพร้อมก็ไม่ต่างอะไรกับนักมวยที่ไม่เคยเรียนการชกอย่างถูกวิธีและมีฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เป็นได้แค่เพียงนักมวยวัดที่ชกได้แต่ชกไม่เป็น เพราะไม่มีการเรียนรู้ วางแผนการชกที่ดีพอ ไม่รู้จักการเก็บลมหายใจไว้ใช้จนครบยก ยิ่งชกก็ยิ่งหมดแรง ยิ่งออกหมัดก็ยิ่งเปิดเป้าให้คู่ต่อสู้ถลุง เช่นเดียวกับนักลงทุนที่ลงสนามเทรดโดยไม่มีการวางแผนอะไร ยิ่งเทรดยิ่งขาดทุน ทุนหายกำไรหดหมดไปกับค่าธรรมเนียมและการคัทลอส ดังนั้นการวางแผนก่อนการเทรดทุกครั้งจึงสำคัญอย่างมาก


2. ต้องมีกลยุทธ์ นักลงทุนที่ดีต้องมีกลยุทธ์ กลยุทธ์ของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน บางคนเลือกลงทุนระยะสั้น บางคนเลือกลงทุนระยะยาว บางคนชอบเน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดีราคานิ่งๆไว้รับปันผล บางคนชอบหุ้นซิ่งเอาไว้เก็งกำไรส่วนต่างราคา ซึ่งทุกคนที่ว่ามานี้ไม่มีใครผิด…

ความแตกต่างของเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวมLTFและRMF

หลายท่านคงรู้จักและเคยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)อยู่แล้ว บางท่านอาจจะยังสงสัยในเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนทั้งสองอยู่ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร สิ่งที่ผู้ลงทุนในกองทุนรวมLTFและRMF มักจะเป็นกังวลอยู่เสมอก็คือการกลัวทำผิดเงื่อนไขการลงทุน ดังนั้นInvestorPostsจึงขอนำเสนอบทความสั้นๆเพื่อให้นักลงทุนเข้าใจถึงเงื่อนไขการลงทุนให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อและขายกองทุน
กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ซึงตอไปเราจะเรียกสั้นๆว่า LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีจุดเด่นที่การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามฐานภาษีของนักลงทุน เป็นแรงจูงใจในการลงทุนระยะยาว(อย่างน้อย 5 ปีเต็มหรือ 7 ปีปฎิทินในLTF) เพียงแต่ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีง่ายๆดังนี้
เงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ลงทุน LTF ได้สูงสุด ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินต่อปีลงทุน LTF ได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ต้องถือครองกองทุน LTF ดังกล่าวไว้อย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน ไม่บังคับให้ต้องลงทุน LTF ต่อเนื่องทุกปี ลงทุนLTFปีไหน ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ในปีนั้น สามารถซื้อกองอื่นๆสลับ…