ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำอย่างไรเมื่อลงทุนผิดเงื่อนไข LTF RMF

การลงทุนในกองทุน LTF และ RMF เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากกองทุนทั้งสอง นักลงทุนควรลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างวินัยในการลงทุนและสร้างโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น รวมทั้งลดความเสี่ยงที่จะเกิดการทำผิดเงื่อนไขในระหว่างการลงทุน แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องผิดเงื่อนไขการลงทุนไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือเผลอลืมไป InvestorPostsก็มีข้อมูลจะมาแนะนำเพื่อนๆให้ทราบว่าควรทำอย่างไรเมื่อลงทุนผิดเงื่อนไข LTF และ RMF

กรณีที่ 1 ซื้อเกินสิทธิ 
  • ผู้ลงทุนจะต้องนำกำไรส่วนต่าง (Capital gain) ที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุน LTF และ RMF (นับเฉพาะส่วนที่ลงทุนเกิน) ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ผู้ลงทุนต้องคืนภาษีที่ได้รับการยกเว้นไป พร้อมจ่ายเงินคืนเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายนของปีที่ผู้ลงทุนขอยกเว้นภาษีจนถึงเดือนที่ผู้ลงทุนทราบว่าตนได้ทำผิดเงื่อนไขการลงทุน นอกจากนี้ ต้องนำ Capital gain ที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนเพื่อเสียภาษีเงินได้อีกด้วย

กรณีที่ 2 ขายคืน LTF ก่อนครบกำหนด 7 ปีปฏิทิน (ยกเว้นกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ จะถือว่าไม่ผิดเงื่อนไขการลงทุน) 

กรณีที่ 3 ผิดเงื่อนไข RMF จากการลงทุนขั้นต่ำไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด, ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกิน 1 ปี, ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์หรือลงทุนไม่ครบ 5 ปีเต็ม (ยกเว้นกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ จะถือว่าไม่ผิดเงื่อนไขการลงทุน) ข้อปฏิบัติสำหรับนักลงทุนที่ทำผิดเงื่อนไข แบ่งออกได้เป็น 2 กรณีดังนี้
  • กรณีลงทุนRMFไม่ถึง 5 ปี และผิดเงื่อนไข : ผู้ลงทุนจะต้องคืนภาษีทั้งหมดที่ได้รับการยกเว้น โดย Capital gain จากการขายคืนหน่วยลงทุน ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษี (ในกรณีนี้ บลจ. จะหักภาษี ณ ที่จ่ายเบื้องต้นไว้ก่อน 3% ของ Capital gain
  • กรณีลงทุนRMFตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และผิดเงื่อนไข : ผู้ลงทุนจะต้องคืนภาษีได้รับยกเว้น 5 ปีย้อนหลัง โดย Capital gain จากการขายคืนหน่วยลงทุน ไม่ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษี นอกจากนี้หากผู้ลงทุนที่ทำผิดเงื่อนไขจ่ายคืนภาษีล่าช้า จะต้องจ่ายคืนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน โดยคิดตั้งแต่เดือนเมษายนของปีที่ถัดจากปีที่ขายผิดเงื่อนไขการลงทุนนั้นด้วย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เลือกลงทุนหุ้นปลอดภัย ในกลุ่ม DJSI Thailand 2018 (Dow Jones Sustainability Indices)

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับนักลงทุนคือการไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนในหุ้นตัวไหนดี ไหนจะต้องดูพื้นฐานบริษัท สัดส่วนทางการเงิน อัตราการปันผล อีกทั้งยังต้องคำนวณหาราคาที่เหมาะสม กำหนดจุดซื้อจุดขาย หลายคนเลือกซื้อหุ้นตามเซียนหรือเลือกซื้อตามบทวิเคราะห์ แต่วันนี้ InvestorPosts ขอนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกคือการลงทุนหุ้นในกลุ่ม DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ให้เป็นทางเลือกในการลงทุนของเพื่อนๆนักลงทุนกันครับ

Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นดัชนีที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนืจัดทำขึ้นด้วยความร่วมมือของ Dow Jones Indices และ RobecoSAM โดยมีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ทั่วโลกกว่า 3,400 บริษัทใน 60 กลุ่มอุตสาหกรรมเข้าร่วมการประเมินผลการดำเนินงาน DJSIจึงเป็นดัชนีที่เป็นที่ยอมรับและบางกองทุนใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการพิจารณาการลงทุน นักลงทุนจึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าบริษัทที่ได้รับการรับรอง DJSI จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนได้

สำหรับปีนี้ ROBECOSAM ผู้จัดทำดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustaina…

10 เคล็ด(ไม่)ลับที่จะทำให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

สวัสดีครับ สำหรับบทความนี้ เราก็จะมาว่ากันถึง 10 เคล็ด(ไม่)ลับที่จะทำให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จกันนะครับ การจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ เราต้องปรับนิสัยการลงทุนของเราดังนี้ 
1. ต้องมีแผนการเทรด นักลงทุนที่ดี ควรต้องมีการวางแผนก่อนการลงทุนทุกครั้ง การลงสนามแบบไม่มีการวางแผนเตรียมความพร้อมก็ไม่ต่างอะไรกับนักมวยที่ไม่เคยเรียนการชกอย่างถูกวิธีและมีฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เป็นได้แค่เพียงนักมวยวัดที่ชกได้แต่ชกไม่เป็น เพราะไม่มีการเรียนรู้ วางแผนการชกที่ดีพอ ไม่รู้จักการเก็บลมหายใจไว้ใช้จนครบยก ยิ่งชกก็ยิ่งหมดแรง ยิ่งออกหมัดก็ยิ่งเปิดเป้าให้คู่ต่อสู้ถลุง เช่นเดียวกับนักลงทุนที่ลงสนามเทรดโดยไม่มีการวางแผนอะไร ยิ่งเทรดยิ่งขาดทุน ทุนหายกำไรหดหมดไปกับค่าธรรมเนียมและการคัทลอส ดังนั้นการวางแผนก่อนการเทรดทุกครั้งจึงสำคัญอย่างมาก


2. ต้องมีกลยุทธ์ นักลงทุนที่ดีต้องมีกลยุทธ์ กลยุทธ์ของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน บางคนเลือกลงทุนระยะสั้น บางคนเลือกลงทุนระยะยาว บางคนชอบเน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดีราคานิ่งๆไว้รับปันผล บางคนชอบหุ้นซิ่งเอาไว้เก็งกำไรส่วนต่างราคา ซึ่งทุกคนที่ว่ามานี้ไม่มีใครผิด…